สินค้าถูกจองเต็มหมดแล้ว ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม 02-277-9999

CROATIA - SLOVENIA THE PEARL OF AN ADRIATIC โครเอเชีย - สโลวีเนีย 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน เตอกิชแอร์ไลน์ (TK)

CROATIA - SLOVENIA THE PEARL OF AN ADRIATIC  โครเอเชีย - สโลวีเนีย 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน เตอกิชแอร์ไลน์ (TK)
  • ทัวร์ : Croatia [ โครเอเชีย ]
  • เที่ยวเมือง : Pula (ปูลา) Zadar (ซาดาร์) Zagreb (ซาเกร็บ) Ljubljana (ลูบลิยานา)
  • โดย : go365travel-GO
  • รหัสโปรแกรม : T7131
  • Code : QQGO3ZAG-TK001
  • ประเภททัวร์ : ทัวร์ต่างประเทศ
  • ระยะเวลา : 10 วัน 7 คืน
ไฮไลท์ทัวร์ Highlight
กรุงซาเกรบ l พูลา l โอพาเทีย l ริเยก้า l ถ้ำโพสทอยน่า l เบลด l ลุบเบลียน่า l มหาวิหารเซนต์สตีเฟน l อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ l ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Jezero Kozjak l คนิน l ป้อมปราการคนิน l อุทยานแห่งชาติครึกคา l ซาดาร์ l ซิเบนิค l โทรเกียร์ l สปลิทl พระราชวังดิโอคลีเธี่ยน l สตอน l ชิมหอยนางรมสดๆจากฟาร์ม l ดูบรอฟนิก l ขึ้นกระเช้าสู่ SRD HILL l เขตเมืองเก่าดูบรอฟนิก l หอนาฬิกาโบราณ
รายละเอียดโปรแกรม
วันที่ 1

กรุงเทพฯ

20.00 คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ W (TOUR ZONE) เพื่อเช็คสัมภาระ และรับเอกสารการเดินทาง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำคณะไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิซแอร์ไลน์
22.55 น. ออกเดินทางสู่สนามบินเมืองอิสตัลบูล ด้วยเที่ยวบิน TK065
วันที่ 2

อิสตันบูล – กรุงซาเกรบ – พูลา – โอพาเทีย - ริเยก้า

05.45 น. เดินทางถึงสนามบินอิสตัลบูล รอเปลี่ยนเครื่อง
08.15 น. ออกเดินทางต่อสู่เมืองซาเกรบด้วยเที่ยวบิน TK1053
08.25 น. เดินทางถึงสนามบินซาเกรบ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) นำท่านเดินทางสู่เมืองพูลา (PULA) หรือ โพล่าในภาษาอิตาเลียน เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดที่มีความโดดเด่นในฐานะศูนย์กลางคาบสมุทรอิตาเลียน เมืองนี้เคยเป็นศูนย์กลางของแหลมอิสเตรีย และเคยเป็นดินแดนของประเทศอิตาลี ชมสิ่งก่อสร้างในสมัยโรมันที่ใหญ่และสำคัญที่สุดคือ สนามอารีน่า (Arena) หรือที่เรียกว่า Amphitheater สนามกีฬากลางแจ้งนี้มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับโคลอสเซียมที่กรุงโรมเป็นอารีน่าที่ใหญ่เป็นอันดับหกที่สร้างขึ้นในยุคโรมันเรืองอำนาจและสร้างขึ้นตามแบบเดียวกับโคลอสเซียมในกรุงโรม สามารถจุคนได้ถึง 23,000 คน ปัจจุบันมักใช้เป็นสถานที่จัดงานกิจกรรมกลางแจ้ง เทศกาลดนตรี รวมทั้งสถานที่จัดงานภาพยนต์ประจำปี (International Film Festival) อีกด้วย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นําท่านออกเดินทางสู่แคว้น อิสเตรีย (Istria) ชมเมืองโอพาเทีย (Opatija) เป็นเมืองท่องเที่ยวตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกริมทะเลอาเดรียติก มีบ้านพักตากอากาศสไตล์ออสเตรียที่เรียงรายอยู่ตามชายฝั่ง นําท่านเที่ยวชมเมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ของบ้านพักริมชายฝั่ง แวะถ่ายรูปกับรูปปั้นหญิงสาวกับนกนางนวล (Maiden with the Seagull) เป็นรูปปั้นหญิงสาวที่งดงามที่มีนกนางนวลเกาะอยู่ที่มือ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองริเยก้า (Rijeka)เมืองตากอากาศของโครเอเชียที่อยู่ติดกับทะเลอาเดรียติก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก JADAN HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 3

ริเยก้า - โพสทอยน่า – ถ้ำโพสทอยน่า – เบลด - ทะเลสาบเบลด

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางเข้าสู่ประเทศสโลวีเนีย (Slovenia) ท่านจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ทุ่งหญ้าสลับภูเขา บ้านเรือนแถบชานเมืองในระหว่างการเดินทาง มุ่งหน้าสู่ถ้ำโพสทอยน่า (Postojna Caverns) ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของเมืองโพสทอยน่า (Postojna) ที่เปิดให้บริการมากว่า 188 ปี นำท่านเข้าชมความงามของถ้ำโพสทอยน่า ถ้ำที่สวยที่สุดในยุโรป ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 2 ล้านปี เป็นถ้ำที่มีความยาวถึง 27 กิโลเมตร เข้าชมภายในถ้ำโดยขบวนรถรางไฟฟ้า ของทางถ้ำ (ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที) ซึ่งได้เปิดให้บริการในปี 1884 อุณหภูมิภายในถ้ำโดยเฉลี่ย 8-10 องศาเซลเซียส ทำให้มีหินงอกหินย้อย นำท่านผ่านลำธารอัดงาม เขื่อนเก็บน้ำใต้ดิน ชมหินงอกหินย้อยหลากหลายแบบและสีสันสวยงามสุดพรรณนา ภายในถ้ำยังมีห้องต่างๆ มากมาย ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ท่านจะได้ชมความงามอันยิ่งใหญ่ภายในถ้ำแห่งนี้ ที่ธรรมชาติได้สรรสร้างมานานกว่าล้านปี จากนั้นนำท่านชมความแปลกของปลามนุษย์ (Human fish) หรือ Olm สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในถ้ำ ผิวสีเนื้อคล้ายมนุษย์ ลำตัวยาวคล้ายงู มีแขนและขา ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1768 และอาศัยอยู่ในที่มืด
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเดินทางสู่เมืองเบลด (Bled) ประเทศสโลวีเนีย (Slovenia)เมืองแห่งโบสถ์กลางทะเลสาบ สุดแสนโรแมนติก ท่ามกลางหุบเขาจูเลียน แอลป์ (Julian Alps) นำท่านชมทะเลสาบเบลดที่มี โบสถ์พระแม่มารี (Assumption of Mary ) ของเหล่านักแสวงบุญ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ โดยทะเลสาบเบลดเกิดจากการละลายตัวของธารน้ำแข็งจากภูเขาจูเลียนแอลป์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก AUSTRIA TREND หรือเทียบเท่า
วันที่ 4

เบลด – ลุบเบลียน่า – ซาเกรบ - มหาวิหารเซนต์สตีเฟน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านสู่เมืองลุบเบลียน่า (Ljubljana) เมืองหลวงของประเทศสโลวีเนีย (Slovenia) สัมผัสบรรยากาศเมืองหลวงที่ยังคงให้ท่านได้เห็นร่องรอยของสถาปัตยกรรมโบราณ อิทธิพลของศิลปะสไตล์บาโรก นำท่านชมเมืองลุบเบลียน่า (Ljubljana) ชมสะพานมังกร ที่ทอดข้ามแม่น้ำ ลุบเบลียยานิก้า ชมและแวะถ่ายรูปกับสถานที่สำคัญต่างๆภายในเมืองเช่น ศาลาว่าการเมือง มหาวิหารเซนต์ นิโคลัส ชมปราสาทเมืองเก่า (Old town castle) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินสูง ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองได้อย่างชัดเจน ปราสาทแห่งนี้สร้างในสมัยศตวรรษที่ 11 ในศิลปะสไตล์บาโรก และได้ทำการบูรณะใหม่ในปี 1990 โดยได้บูรณะหอสูงในลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ณ จุดนี้ท่านสามารถชมวิวทิวทัศน์โดยรอบของเมืองลุบเบลียน่าได้ในระยะไกล
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงซาเกรบ(Zagreb) เป็นเมืองหลวงของประเทศโครเอเชียดินแดนแห่งทะเลเอเดรียติค ซึ่งมีความเก่าแก่แฝงด้วยเสน่ห์และมนต์ขลัง ซาเกรบเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมและเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 ปัจจุบันชาวโครเอเชีย มีวิถีชีวิตเยี่ยงชาวยุโรปที่เจริญโดยทั่วไป การคมนาคมภายในกรุงซาเกรบสะดวกสบาย นิยมใช้รถรางเป็นพาหนะทั่วทั้งเมือง นำท่านเดินเที่ยวเมืองซาเกรบ ถ่ายรูปกับมหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephen Cathedral) ซึ่งมียอดแหลมทรงกลวยคู่บนยอดวิหารตกแต่งอย่างงดงาม สามารถเห็นได้จากทุกมุมในซาเกรบ มหาวิหารนี้ก็ได้รับการบูรณะใหม่อีกหลายครั้ง จนกระทั่งรูปร่างมหาวิหารงดงามในรูปแบบนิโอ-โกธิค ดังปัจจุบัน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการบูรณะก่อสร้างในปี ค.ศ. 1880 จากนั้นนำชมตลาดกลางเมือง (Dolac Market) ตลาดกลางแจ้งที่เก่าแก่ มีสีสันสดใส มีดอกไม้ประดับและผลไม้ราคาถูกวางขายมากมาย นำท่านสู่เขต Upper Town แวะถ่ายรูปกับ วิหารเซนต์มาร์ก (St. Marks Church) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าซาเกรบ สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 13 หลังคามุงด้วยกระเบื้องสีต่างๆ ซึ่งเป็นรูปตราสัญลักษณ์ของซาเกรบ โครเอเชีย สโลวีเนีย และ ดัลมาเชีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นประเทศเดียวกัน (อดีตยูโกสลาเวีย) นำท่านชมโบสถ์ประจำเมืองเก่าเซนต์แคทเธอรีน (St. Catherine) โบสถ์แบบบาโรกสีขาวน่าประทับใจ แวะชมจัตุรัส Trg Ban Jelacic Square จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยห้างร้านนำสมัย ชมอนุสาวรีย์ Ban Josip Jelacic ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อความอิสระจากชาวฮังกาเรียนเมื่อปี ค.ศ. 1848
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก INTERNATIONAL หรือเทียบเท่า
วันที่ 5

ซาเกรบ – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ - ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Jezero Kozjak

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice National Park) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ อุทยานนี้มีพื้นที่ประมาณ 29,482 เฮคเตอร์ หรือประมาณ 295 ตารางกิโลเมตร โดย 223 ตารางกิโลเมตรเป็นพื้นที่ป่าและพื้นน้ำครอบคลุมประมาณ 2.17 ตารางกิโลเมตร มีทะเลสาบสีเธอร์คอยซ์ถึง 16 แห่งที่มีความงดงามแตกต่างกัน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าชมความงามของอุทยาน Lower Lake โดยล่องเรือข้ามทะเลสาบ Jezero Kozjak ***ในกรณีที่ทะเลสาบเป็นน้ำแข็งจนไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทคืนเงินท่านละ 5ยูโร*** ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นทะเลสาบที่เชื่อมระหว่างอุทยานตอนล่างขึ้นสู่ทะเลสาบชั้นบนของอุทยาน เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงามและความอลังการของ Lower Lake ที่ประกอบด้วยทะเลสาบ Milanovac, Gavanovac และ Kaluderovac เป็นต้น นำท่านเดินชมทะเลสาบต่างๆ ตามทางเดินสะพานไม้ที่เชื่อมแต่ละทะเลสาบเข้าด้วยกัน ชม Veliki Slip ชมน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานมีความสูงถึง 70 เมตร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก DEGENIJA หรือเทียบเท่า
วันที่ 6

อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ – คนิน – ป้อมปราการคนิน – อุทยานแห่งชาติครึกคา - ซาดาร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองคนิน (Knin) เมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นซิบีนิค-คนิน (Sibenik-Knin) เมืองนี้เป็นเมืองที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศโครเอเชีย เพราะเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของโครเอเชียในสมัยยุคกลาง นำท่านเข้าชมป้อมปราการคนิน (Knin Fortress) ป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในโครเอเชียและเป็นป้อมปราการทางทหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของทวีปยุโรป โดยป้อมปราการนี้จะตั้งอยูใกล้กับภูเขาดิยารา ภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศโครเอเชีย ป้อมปราการแห่งนี้สันนิฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยชนพื้นเมืองโครแอต หลังจากนั้นก่อถูกก่อสร้างต่อเติมมาเรื่อยๆจนมามีขนาดใหญ่ที่สุดในช่วงปี1076 ที่ปกครองโดยกษัตริย์เดเมตริอุส ซโวนิมีร์ (Demetrius Zvonimir) และเป็นศูนย์กลางการปกครองโครเอเชียในสมัยนั้น ในปัจจุบันป้อมปราการแห่งนี้ถูกจดจำจากเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในหน้าประวัติศาตร์โครเอเชีย ซึ่งก็คือเหุตการณ์ Operation Strom ซึ่งเป็นปฏิบัติการครั้งสุดท้ายของสงครามประกาศอิสรภาพโครเอเชีย หลังจากฝ่ายโครเอเชียยึดเมืองคนินได้เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2538 นายพลอีวานได้นำธงขึ้นไปปักที่ป้อมปราการคนินและเป็นสัญลักษณ์การประกาศอิสรภาพตั้งแต่นั้นมาและธงนี้ได้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญประจำเมืองคนินที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาถ่ายรูปด้วย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติครึกคา(Krka National Park) ที่ตั้งอยู่ในแคว้นดัลเมเชีย โดยชื่ออุทยานนั้นนมาจากแม่น้ำครึกคา โดยอุทยานแห่งชาติครึกคานั้นแม้จะมีขนาดเล็กกว่าอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่แต่ความสวยงามนั้นไม่เป็นรองเลยทีเดียว นำท่านชมน้ำตกน้ำตกสแกรดินสกีบัคา (Skradinski buk) น้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปซึ่งเป็นไฮไลค์ของอุทยานแห่งชาติครึกคา โดยในช่วงหน้าร้อนน้ำตกแห่งนี้เป็นจุดสำคัญที่ชาวโครเอเชียมักมาเล่นน้ำอาบแดดกัน หลังจากนั้นนำท่านชมเกาะวิโซแวค (Visovac) ซึ่งเป็นเกาะโดดเดี่ยวที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำครึกคา โดยเกาะแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นเกาะแห่งพระแม่มารีย์ เพราะเป็นที่ตั้งของ อารามวิโซแวค” (Visovac Monastery) อารามคาทอลิก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1445 อารามแห่งนี้เคยถุกทำลายหลายครั้งแต่ก็ยังได้รับการบูรณะเรื่อยมา นำท่านเดินทางสู่ เมืองซาดาร์ (Zadar) เมืองที่มีประวัติศาสตร์มากว่า 3,000 ปีมาแล้ว และเป็นเมืองท่าสำคัญซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ของทะเลเอเดรียติค ที่มีบทบาทมาตั้งแต่สมัยโรมันจนถึงปัจจุบัน นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์สำคัญประจำเมือง โบสถ์อนาสตาเชีย (The Cathedral of St. Anastasia) เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 5-6 ในยุคโรมาเนสก์ เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นดัลมัลเชีย นำท่านชมบริเวณด้านนอก โบสถ์เซนต์ โดแนท ซึ่งเป็นโบสถ์สำคัญประจำเมืองอีกแห่งหนี่ง ชมโรมันฟอรัมหรือย่านชุมชนของโรมันเมื่อสองพันปีก่อนที่นักโบราณคดีได้ใช้ความอุตสาหะในการขุดค้นพบหลักฐานสำคัญต่างๆ ทั้งที่อยู่อาศัยชาวโรมัน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก KOLOVARE หรือเทียบเท่า
วันที่ 7

ซาดาร์ - ซิเบนิค – โทรเกียร์ - สปลิท

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองซิเบนิค (Sibenik) เมืองเก่ามรดกโลก ปากแม่น้ำทะเล เอเดรียติค นำท่านชมจัตุรัสเมืองเก่าซีเบนิค ที่ล้อมรอบไปด้วยอาคารเก่าแก่ที่ถูกตัดแปลงเป็นร้านขายยา ร้านแว่นตา ร้านเสื้อผ้าบูติก และอีกมากมาย เมืองซีเบนิกแตกต่างจากเมืองริมฝั่งทะเลอะเดรียติกทั่วไปเพราะสร้างโดยชาวกรีก ก่อนที่โรมันจะเข้ามามีอิทธิพล ต่อมาภายหลังตกเป็นเมืองขึ้นของเวเนเชียน หรือเวนิซ ทุกวันนี้จึงยังเห็นสถาปัตยกรรมหลายแห่งทั่วเมืองจะกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายสไตล์เวเนเชียนอย่างชัดเจน ถ่ายรูปกับชมมหาวิหารเซนต์เจมส์หรือมหาวิหารเซนต์จาคอบ คืออีกหนึ่งมรดกโลกของประเทศโครเอเชีย ตั้งอยู่ที่เมืองซีเบนิคบนชายฝั่งดัลเมเชียน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมการส่อสร้างในแบบผสมระหว่างศิลปะทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ดัลเมเชีย และทัสคานี เนื่องจากใช้สถาปนิกในการออกแบบถึง 3 คน และมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน โดยสร้างเสร็จในปี 1535 ด้วยโครงสร้างที่มาจากหินปูนสีขาวล้วนๆ ไม่มีวัสดุอื่นปลอมปน ภายในเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นนักบุญเจมส์หรือจาคอบตามภาษาโครแอต ซึ่งเป็น 1 ใน 12 สาวกของพระเยซู
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโทรเกียร์ (Trogir) เมืองขนาดเล็กบนเกาะที่ตั้งอยู่ใกล้กับแผ่นดินใหญ่ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเมื่อ 380 ปีก่อนคริสตกาล บ้านเรือนได้รับอิทธิพลจากศิลปะสไตล์เรเนซองค์และบาโร๊ค ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองโทรเกียร์เป็นมรดกโลกในปี 1997 นำท่านชม เขตเมืองเก่า สัมผัสอาคาร บ้านเรือน ที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมกรีกและโรมันโบราณ เช่น ประตูเมือง Kopnena Vrata ซึ่งได้บูรณะขึ้นใหม่ในสมัยศตวรรษที่ 16 นำท่าน ถ่ายรูปกับมหาวิหารเซนต์ลอเรนซ์ (St. Lawrence Cathedral) จุดเด่นของมหาวิหาร คือประตูทางเข้าที่แกะสลักเป็นเรื่องราวต่างๆ อย่างวิจิตรตระการตา หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองสปลิท (Split) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากซาเกรบ ซึ่งอยู่ในแคว้นดัลเมเชีย อันเป็นต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์ดัลมาเชี่ยนที่โด่งดัง เที่ยวชมเมืองสปริท ที่สร้างรายล้อมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน ประกอบด้วย ศาลาว่าการเมืองสไตล์เรอเนซองส์ สร้างในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ต่างๆ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก CORNER HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 8

สปลิต – พระราชวังดิโอคลีเธี่ยน – สตอน – ชิมหอยนางรมสดๆจากฟาร์ม - ดูบรอฟนิก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านชมย่าน People Square ศูนย์กลางทางธุรกิจและ การบริหาร นำท่านชมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน (Diocletian Palace) ซึ่งองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1979 สร้างขึ้นจากพระประสงค์ของจักรพรรดิ์ดิโอคลีเธี่ยนแห่งโรมัน ซึ่งต้อง การสร้างพระราชวังสำหรับบั้นปลายชีวิตของพระองค์ หลังจากสละบัลลังก์ ภายในพระราชวังประกอบด้วยวิหารจูปิเตอร์ (Catacombes) สุสานใต้ดินที่มีชื่อเสียง และวิหารต่างๆ นำท่านชมห้องโถงกลางซึ่งมีทางเดินที่เชื่อมต่อสู่ห้องอื่นๆ ชมลาน Peristyle ซึ่งล้อมด้วยเสาหินแกรนิต 3 ด้าน และเชื่อมต่อด้วยโค้งเสาที่ตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สลักอย่างวิจิตร สวยงามชมยอดระฆังแห่งวิหาร (The Cathedral Belfry) แท่นบูชาของเซนต์โดมินัส และเซนต์สตาดิอุส ซึ่งอยู่ภายในวิหาร นำท่านเดินทางสู่ เมืองสตอน (Ston) เมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารทะเลรสเลิศ และมีฟาร์มเลี้ยงหอยนางรมที่มีชื่อเสียง โดยท่านจะได้ ชิมหอยนางรมสดๆจากฟาร์ม ซึ่งเมืองสตอนเป็นเมืองที่เปรียบเสมือนตัวแทนของประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมยุคกลางคือกำแพงเมืองโบราณ ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อล้อมรอบเมือง โดยกำแพงโบราณแห่งนี้ใช้เวลาในการก่อสร้างกำแพงนี้ประมาณ 200 ปี มีความยาวมากกว่า 5.5 กิโลเมตร แม้ว่าในอดีตนั้นตัวกำแพงเคยถูกระเบิดในสงครามปี ค.ศ. 1991 และแผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ. 1996 แต่ก็สามารถคงอยู่มาจนได้ถึงทุกวันนี้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ อาหารพื้นเมือง (หอยนางรม)

นำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกดูบรอฟนิก (Dubrovnik) โดยเดินทางเรียบชายฝั่งทะเลเอเดรียติก เดินผ่านบรรยากาศริมชายฝั่งทะเลที่มีบ้านเรือนหลังคากระเบื้องสีแสดสลับตามแนวชายฝั่ง โดยเมืองดูบรอฟนิคได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองเก่าที่สวยที่สุดในยุโรป สมญานาม ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก เป็นเมืองที่มีอำนาจทางทะเลตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และมีความเจริญรุ่งเรืองทางการค้า จึงได้สร้างความยิ่งใหญ่ให้โดดเด่น ด้วยการตกแต่งพระราชวัง สร้างโบสถ์ วิหาร จัตุรัส น้ำพุ และบ้านเรือนต่างๆ และได้รับการบูรณะและปรับเปลี่ยนอย่างงดงามตามยุคสมัย
ค่ำ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก GRAND HOTEL PARK หรือเทียบเท่า
วันที่ 9

ดูบรอฟนิก - ขึ้นกระเช้าสู่ SRD HILL – เขตเมืองเก่า - หอนาฬิกาโบราณ – สนามบิน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนั่งกระเช้า สู่ SRD HILL จุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองดูบรอฟนิค ท่านจะได้ถ่ายรูปเมืองเก่าดูบรอฟนิคจากมุมสูง ภูมิทัศน์ที่รายล้อมด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสดุจราวแสงสะท้อนของคริสตอลโอบล้อมเมืองเก่าไว้ ด้วยความสวยงามของบ้านเรือนสีขาว มุงด้วยหลังคาสีส้ม อันเป็นภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองดูบรอฟนิคที่พลาดไม่ได้ (ในกรณีที่กระเช้าไม่เปิดทำการ หรือ สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย จนไม่สามารถใช้บริการได้ ทางบริษัทขอชดเชยเป็นเงิน 10 ยูโร)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

จากนั้นพาท่านเดินชมเสน่ห์ของเขตเมืองเก่า (Old Town) ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979 ชมทัศนียภาพของตัวเมืองเก่ามีป้อมปราการโบราณความยาว 190 เมตรล้อมรอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ความโด่งดังเทียบได้กับแกรนด์แคนย่อนหรือแกรนด์คาแนลแห่งเวนิส นำท่านเดินลอดประตู Pile Gate ที่มีรูปปั้นของนักบุญ เซนต์เบลส นักบุญประจำเมือง เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองเก่า ชมน้ำพุ Onofrio ซึ่งเป็นตั้งเป็นเกียรติแก่ของสถาปนิกผู้สร้างน้ำพุแห่งนี้ ถ่ายรูปกับThe Cathedral Treasury หนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ที่สะสมโบราณวัตถุของพ่อค้าวาณิชที่ได้ทำการค้าขายกับชาวเวนิชในอดีต นำท่านถ่ายรูปกับหอนาฬิกาโบราณ (Bell Tower Clock) จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับพระราชวังเรคเตอร์ (Rector's Palace) พระราชวังที่สร้างขึ้นโดยผสมผสานศิลปะทั้งแบบโกธิค, เรเนซองส์และบาโร๊ค ได้เวลานำท่านแวะชมและถ่ายรูปกับสปอนซา พาเลส (Sponza Palace) สร้างขึ้นโดยศิลปะแบบโกธิค เรเนซองส์ ในสมัยศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้ใช้เป็นที่จัดเก็บเอกสารและสำนักงานส่วนราชการ นำท่านเดินผ่านถนนสตราดัน ถนนสายหลักยาวกว่า 398 เมตร ที่สองข้างทางรายล้อมไปด้วยอาคารสไตล์โรมัน โกธิค และร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านไอศครีม ร้านขายของที่ระลึกต่างๆ มากมาย

ได้เวลาอันสมควร นำเดินทางสู่สนามบินดูบรอฟนิก เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำการคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
20.25 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ โดยสายการเตอกิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK440
วันที่ 10

อิสตัลบูล - กรุงเทพ

00.25 น. เดินทางถึงสนามบินอิสตันบูล รอเปลี่ยนเครื่อง
01.55 น. ออกเดินทางต่อด้วยเที่ยวบิน TK068
15.00 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
มื้ออาหาร
วันที่ เช้า กลางวัน ค่ำ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
รายละเอียดและเงื่อนไข

1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 40,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น 
***ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้ ค่าวีซ่าจะต้องชำระเข้ามาพร้อมค่ามัดจำ***
2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า
ภายใน  3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ 
3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
6. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกใน  การเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์ อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ 
4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)
ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท 
ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ ** 
- เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
- เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน] 
**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **  
[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
8.  ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (เฉพาะค่าบริการ)

1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 20 ก.ก., ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศโคเอเชีย (9,500 บาทต่อท่าน)
6. ค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่น  (18 EUR / ต่อท่าน) 
7. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (30 EUR /ต่อท่าน)